วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า



ประวัติพระครูวิมลคุณากร
หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า



                   พระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุขพ่อกล่ำวัดปากคลองมะขามเฒ่า ตมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาทพระครูวิมลคุณากรเดิม ชื่อศุข นามที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า หลวงปู่ศุข นามนิมิตที่ชาวบ้านในบางท้องถิ่นในสมัยต่อมาเรียกว่า "พ่อกล่ำ"
                   หลวงปู่ศุขเกิดวันพฤหัส ขึ้น ค่ำ เดือน ปีชวด ตรงกับวันที่ 25 มีนาคม พ.. 2395 ในสกุลเกศเวชสุริยา บิดาชื่อ นายน่วม มารดาชื่อ นางทองดี มีพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน คน คือ

                   1. พระครูวิมลคุณากร (ศุข)
                   2. นางอำ
                   3. นายลุง
                   4. นายไข
                   5. นายสิน
                   6. นายมี
                   7. นายขำ
                   8. นายพลอย
                   9. หลวงพ่อปลื้ม

                 บิดามารดา มีอาชีพ ทำสวน ทำไร่ หลวงปู่ศุข เป็นบุตรชายหัวปี เป็นเด็กซุกซน ฉลาด กล้าหาญ เป็นหัวหน้าเด็กด้วยกัน สมัยเด็ก ๆ ชอบเล่นน้ำในคลองมะขามเฒ่า ไม่ใช่แม่น้ำเจ้าพระยาบางวันเล่นทั้งวัน บางวันเล่นครึ่งวัน แม่เป็นห่วงมาตามไม่ฟัง ไม่ทำตาม ยิ่งเตือนยิ่งยุ ว่ายน้ำในคลอง ขึ้นเรือโยง แล้วกระโดดจากเรือโยงลงน้ำว่ายกลับเข้าฝั่งอย่างสนุกสนาน เป็นประจำทุกวัน แล้วก็กลับบ้านไม่ไปไหน ไม่ได้ติดเรือโยงหายไปในต่างจังหวัด ตามประวัติบางเล่มเขียนไว้อายุได้ ปี บิดามารดานำไปฝากกับพระอาจารย์ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า(เดิมชื่อวัดอู่ทองปากคลองมะขามเฒ่าเพื่อเล่าเรียนหนังสือไทย และหนังสือขอม การเล่าเรียนของท่านฉลาด เชี่ยวชาญ แตกฉาน อายุ 18 ปี อำลาออกจากวัด ท่องเที่ยว ไปศึกษาวิชาที่สำนักต่าง ๆ ที่ทราบข่าวว่าเก่งกล้าสามารถ และไปศึกษาที่สำนักวัดโพธิ์ทองล่างด้วย ซึ่งหลวงพ่อเชยเจ้าอาวาส เป็นพระสงฆ์ที่ถือเคร่ง ในวัตรปฏิบัติและพระธรรมวินัย และเป็นอาจารย์ทางฝ่ายวิปัสสนาธุระมีความรู้ ความชำนาญ รู้แจ้ง ทางด้านวิทยาคมแก่กล้ายิ่ง  อายุ 20 ปี จึงกลับไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดโพธิ์ทองล่าง หลวงพ่อเชย จันทสิริ เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ถ่ายทอดวิชาต่าง ๆ ให้จนหมดสิ้น  อาจารย์เปิง วัดชินวนาราม หลวงปู่เฒ่า วัดหงส์ จังหวัดปทุมธานี ได้รับถ่ายทอดวิชาจากหลวงพ่อเชย วัดโพธิ์ทองล่างพร้อมกันกับหลวงปู่ศุข
                  เมื่อได้ศึกษาวิชาพอสมควรแล้ว หลวงปู่ศุข ขอลาออกจากวัดโพธิ์ทองล่าง ไปธุดงค์ หาที่สงบ ฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐาน และศึกษาวิชาอาคมต่าง ๆ จากสำนักที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยนั้น จนรอบรู้ในด้านต่าง ๆ มากมาย ท่านจึงธุดงค์ไปอยู่หลายวัด ประพฤติปฏิบัติธรรม เคร่งครัด จนได้บรรลุธรรมขั้น คือ สกิทาคามี แสดงอภินิหารได้
                  โยมบิดาของหลวงปู่ศุข เสียชีวิตเมื่อยังหนุ่ม คืออายุได้ 42 ปี ส่วนโยมมารดา อายุยืนกว่า อยู่จนแก่ชรามาก ท่านจึงกลับมาดูโยมมารดา มาพักอยู่ที่วัดข้างบ้าน คือวัดอู่ทองต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดปากคลองมะขามเฒ่า โยมมารดาและชาวบ้านศรัทธามาก จึงขอนิมนต์ให้ท่านอยู่จำพรรษาที่วัดนี้ หลวงปู่ศุขจึงอยู่จำพรรษาที่วัดนี้ตลอดชีวิต
                  หลวงปู่ศุขอุปสมบทเมื่ออายุได้ 20 ปี อยู่เป็นพระภิกษุจนมรณภาพเมื่ออายุได้ 92 ปีบวชครั้งเดียว ไม่เคยลาสิกขาบท ไม่เคยแต่งงาน ไม่มีบุตร ตามประวัติบางเล่มเขียนไว้
                  หลวงปู่ศุขเห็นว่า ที่ตั้งวัดเดิมอยู่ไกลเข้าไปข้างในคลองมะขามเฒ่าไม่สะดวกไม่สบาย จึงเลื่อนวัดมาตั้งที่ปากคลองมะขามเฒ่าริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสะดวก สบายและสวยงามกว่า พัฒนาได้ดีกว่าท่านได้พัฒนาวัดปากคลองมะขามเฒ่าให้เจริญรุ่งเรืองเป็นวัดสมบูรณ์แบบมีครบหมดทุกอย่าง ประชาชนในแถบนั้น ทั้งใกล้และไกล มีความประพฤติดี มีศีลธรรม รู้จักบุญ คุณ โทษ และศรัทธาหลวงปู่ศุข เป็นอย่างมาก   เมื่อโยมมารดาถึงแก่กรรม หลวงปู่ศุข ได้สร้างวัตถุมงคลรูปพระพิมพ์สี่เหลี่ยมซุ้มรัศมี แจกในงานฌาปนกิจศพโยมมารดา พระเครื่องรูปพระพิมพ์สี่เหลี่ยมซุ้มรัศมี ที่ชาวบ้านได้รับแจกไปนี้ เกิดอภินิหาร คงกระพันชาตรี หมากัดไม่เข้า ชาวบ้านศรัทธาเคารพ นับถือหลวงปู่มากและโด่งดังขึ้น
ครั้งหนึ่ง พระเจ้าพี่ยาเธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เสด็จไปพักที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงปู่ศุข แสดงอภินิหารให้เห็นประจักตาหลายอย่าง พระองค์สนพระทัย เลื่อมใสศรัทธา เป็นอย่างมากเสด็จในกรมฯ จึงทรงขอศึกษาวิชาอาคม จากหลวงปู่ศุขจนมีความเชี่ยวชาญ  หลวงปู่ศุข ปฏิบัติธรรมเคร่งครัดได้บรรลุชาญ สมาบัติขั้น คือ สกิทาคามี แสดงอภินิหาร และสามารถติดต่อกับมนุษย์สัตว์สามัญธรรมดาได้  ครั้งหนึ่ง หลวงปู่ศุข เห็นว่าที่บ้านกล่ำ มีของดีมาก หลวงปู่จึงนำของนั้นไปให้ชาวบ้าน ชาวบ้านเมื่อรับของจากหลวงปู่แล้ว พอจะเดินทางกลับ หันไปกราบลาหลวงปู่ ปรากฏว่าไม่มี หลวงปู่หายตัวไปเสียแล้ว ชาวบ้านจึงคิดว่าหลวงปู่เป็นเจ้าที่ประจำบ้านกล่ำ จึงเรียก หลวงปู่ตามประสาชาวบ้านว่า พ่อกล่ำหรือทวดกล่ำ  หลวงปู่ศุข เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ ได้บรรลุธรรมขั้น มรณภาพแล้วก็ไปอยู่ที่วัดเขาวัง จังหวัดเพชรบุรี และ ยังดูแลวัดปากคลองมะขามเฒ่าอยู่ คือไปมาดูแลเป็นครั้งคราว  พระที่ศักดิ์สิทธิ์ทุกองค์ในภาคกลางเมื่อมรณภาพแล้วก็ไปอยู่ที่วัดเขาวังนี้
               นายมี เป็นบุตรคนที่ ของนายน่วม นางทองดี เป็นน้องของหลวงปู่ศุข
               นายมี แต่งงานกับนางแตว มีบุตรด้วยกัน คน ชาย คน หญิง คน คือ

                     1. นายเทพ
                     2. นายธรรม
                     3. นางศรี
                     4. นางผาด
                     5. นายเพ่ง
                     6. นางตาด
                     7. นายเติม

                นายเพ่ง เป็นบุตรคนที่ ของ นายมีกับนางแตว นายเพ่ง ไปอยู่กับหลวงปุ่ศุข ตั้งแต่ยังเด็ก จนเรียนหนังสือจบ แล้วก็ยังอยู่ดูแลหลวงปู่ศุข เพราะหลวงปู่ศุขแก่ชรามากจึงเป็นห่วง นายเพ่งอยู่กับหลวงปู่ศุข จนอายุได้ 16 ปี หลวงปู่ศุขก็มรณภาพ นายเพ่งจึงออกจากวัด เที่ยวเร่ร่อน และไปมีภรรยา ที่จังหวัดสระบุรี ภรรยาชื่อ นางแก้ว มีบุตรด้วยกัน คน ชาย คน หญิง คน คือ

                     1. นายบัต
                     2. นางบุด
                     3. นายพัด
                     4. นางแจ๋ว
                     5. นายธรรม

                 นายเพ่ง เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 62 ปี เมื่อเสียชีวิตแล้วก็ไปอยู่กับหลวงปู่ศุขที่เขาวัง จังหวัดเพชรบุรี หลวงปู่เห็นว่า นายเพ่ง ต้องสร้างบารมีเพิ่มอีก จึงให้ไปเกิดที่เมืองมนุษย์ใหม่อีกครั้ง
นายเพ่งจึงไปเกิดใหม่ที่ ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช บิดาเป็นคนดี มีทรัพย์สินแต่เสียชีวิตเสียก่อนมารดาต้องดูแลเลี้ยงดูคนเดียว

                                                                                                             ปากพนังทำนาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น